Skip to content

Cart

Your cart is empty

Continue shopping

Peptide ช่วย Anti-aging จริงหรือการตลาด

Molecular Truth // Feature 008

PEPT IDE

ทุกครั้งที่เดินผ่านเคาน์เตอร์เครื่องสำอางหรือเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย คุณคงเห็นคำว่า "Peptide" โผล่มาบ่อยๆ อ้างว่าช่วยลดริ้วรอย กระชับผิว ชะลอวัย แต่มันใช้ได้จริงหรือเป็นแค่การตลาดที่ฉลาด?

Serum droplet
🧬

วันนี้เราจะมาเจาะลึกว่า Peptide คืออะไร มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนไหม และจะเลือกใช้อย่างไรให้คุ้มค่าและได้ผลจริง

Peptide คืออะไรกันแน่? เริ่มจากพื้นฐาน

Peptide (อ่านว่า เปปไทด์) คือโมเลกุลที่เกิดจากการเชื่อมต่อของ amino acids หลายๆ ตัว โดย amino acids คือหน่วยพื้นฐานที่สร้างโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย

ความแตกต่างระหว่าง Peptide และ Protein

เมื่อ amino acids เชื่อมต่อกัน 2-50 ตัว เรียกว่า Peptide แต่ถ้ามากกว่า 50 ตัวขึ้นไป เรียกว่า Protein

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า amino acids เหมือนลูกปัด Peptide เหมือนสร้อยข้อมือสั้นๆ ส่วน Protein เหมือนสร้อยคอยาวๆ

ทำไม Peptide ถึงสำคัญกับผิว

ผิวหนังของเรามี collagen และ elastin ซึ่งเป็น protein ที่ทำให้ผิวตึงกระชับและยืดหยุ่น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น protein เหล่านี้จะถูกทำลายและสลายตัว กลายเป็น peptides ขนาดเล็ก

ร่างกายจะรับรู้ว่ามี peptides เหล่านี้มากขึ้น และส่งสัญญาณให้สร้าง collagen และ elastin ใหม่เพื่อทดแทน

นี่คือที่มาของแนวคิดการใช้ Peptides ในสกินแคร์ โดยการทา peptides บนผิว เพื่อ "หลอก" ให้ผิวคิดว่ามี collagen แตกสลาย และกระตุ้นให้สร้าง collagen ใหม่ขึ้นมา

Cellular structures

ประเภทของ PEPTIDE

ไม่ใช่ Peptide ทุกตัวจะทำงานเหมือนกัน มี Peptide หลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อหน้าที่เฉพาะ

📡

Signal
Peptides

ส่งสัญญาณให้เซลล์ผิวสร้าง collagen, elastin และ glycosaminoglycans (GAGs) มากขึ้น

Palmitoyl Tripeptide-1 Matrixyl Palmitoyl Pentapeptide-4
Type: 01 Messenger

การศึกษาในปี 2005 พบว่า Palmitoyl Pentapeptide เพิ่มการผลิต collagen ได้ถึง 350%

🚚

Carrier
Peptides

ลำเลียงแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการสร้าง collagen และการซ่อมแซมผิว โดยเฉพาะ copper และ manganese เข้าสู่ผิว

Copper Peptides (GHK-Cu) Manganese Tripeptide-1
Type: 02 Transporter

GHK-Cu ถูกศึกษามานานกว่า 40 ปี พบว่าช่วยกระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin

🚫

Neural
Blockade

ยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทที่บอกให้กล้ามเนื้อหน้าหดตัว ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ริ้วรอยตื้นลง คล้ายกับการทำ Botox แต่อ่อนกว่ามาก

Argireline Pentapeptide-18
Type: 03 Blocker

การศึกษาพบว่า Acetyl Hexapeptide-8 สามารถลดความลึกของริ้วรอยได้ถึง 30% หลังใช้ 30 วัน

04

Enzyme-Inhibiting Peptides

ยับยั้ง enzymes ที่ทำลาย collagen และ elastin เช่น MMP (Matrix Metalloproteinases) ช่วยรักษา collagen และ elastin ที่มีอยู่ไม่ให้ถูกทำลาย

Soybean Peptides Rice Peptides
Spotlight: GHK-Cu

The Copper
Standard

Copper peptides (GHK-Cu) เป็นหนึ่งใน carrier peptides ที่ได้รับการศึกษามากที่สุด โดยช่วยกระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin ลดการอักเสบ และเร่งการฟื้นตัวของผิว

การศึกษาในปี 2012 พบว่าช่วยเพิ่มความหนาของผิว (skin density) ได้จริง

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์

การศึกษาที่สำคัญ

การศึกษาปี 2009

ทดลองใช้ peptide serum บนอาสาสมัคร 20 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า:

  • • ริ้วรอยลดลง 49%
  • • ความหยาบของผิวลดลง 18%
  • • ความยืดหยุ่นดีขึ้น 13%
การศึกษาปี 2015

ทดลองใช้ copper peptide cream พบว่า:

  • • เพิ่มความหนาของผิวได้ 23%
  • • ลดริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึกได้จริง
  • • ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
การศึกษาปี 2020

ทบทวนงานวิจัยทั้งหมด สรุปว่า peptides โดยเฉพาะ signal peptides และ carrier peptides มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าช่วยเพิ่มการผลิต collagen และปรับปรุงสภาพผิวได้จริง

ข้อจำกัดของการศึกษา

  • [01] ขนาดการศึกษาเล็ก หลายการศึกษามีอาสาสมัครแค่ 20-50 คน
  • [02] ระยะเวลาสั้น ส่วนใหญ่ศึกษาแค่ 8-12 สัปดาห์
  • [03] ได้รับทุนจากแบรนด์ อาจมี bias
  • [04] ความแตกต่างระหว่างบุคคล ผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามอายุ สภาพผิว
Laboratory

ทำไมบางคนใช้แล้วได้ผล บางคนไม่ได้ผล?

01

ความเข้มข้นและสูตร

Peptides ที่ใช้ในการศึกษามักมีความเข้มข้น 3-10% แต่ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดหลายตัวอาจมีแค่ 0.5-1% หรือบางทีไม่ระบุเลย

นอกจากนี้ peptides บางชนิดต้องมีส่วนผสมเสริมเฉพาะ เช่น Matrixyl ทำงานได้ดีเมื่อมี peptide 2 ชนิดผสมกัน

02

การซึมเข้าผิว

Peptides เป็นโมเลกุลที่ค่อนข้างใหญ่ การซึมผ่านผิวหนังจึงเป็นความท้าทาย บางสูตรอาจไม่มีตัวช่วยในการส่งผ่าน

สูตรที่ดีจะมี: Penetration enhancers, pH ที่เหมาะสม (3.5-6.5), Packaging ที่ปกป้องจาก oxidation

03

อายุและสภาพผิว

Peptides ให้ผลดีที่สุดกับคนอายุ 30-50 ปี ที่เริ่มมีริ้วรอยระดับเบาถึงปานกลาง

ถ้าริ้วรอยลึกมากหรืออายุมากกว่า 60 ปี peptides เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องใช้ร่วมกับ retinoids หรือ procedures อื่นๆ

04

การใช้อย่างต่อเนื่อง

Peptides ไม่ใช่ส่วนผสมที่ให้ผล instant ต้องใช้อย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ อย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นผลชัดเจน

หลายคนใช้ไปแค่ 2-3 สัปดาห์ แล้วเลิกเพราะคิดว่าไม่ได้ผล แต่ที่จริงยังไม่ถึงเวลา

05

ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผล

การไม่ทา sunscreen การนอนดึก การสูบบุหรี่ ความเครียดสูง อาหารที่ไม่ดี ล้วนทำให้ผลของ peptides ลดลง แม้จะใช้อย่างต่อเนื่อง

กรณีที่ Peptide ไม่ได้ผล

ต้องการผลเร็ว

ถ้าต้องการเห็นผลภายใน 2-3 สัปดาห์ peptides ไม่ใช่ตัวเลือก Retinoids หรือ vitamin C อาจให้ผลเร็วกว่า

ริ้วรอยลึกมาก

สำหรับริ้วรอยที่ลึกมาก procedures เช่น Botox, Filler หรือ Laser จะให้ผลดีกว่า peptides มาก

งบประมาณจำกัด

Peptide products มักค่อนข้างแพง ถ้างบประมาณจำกัด การใช้ retinoids (ราคาถูกกว่า) ร่วมกับ sunscreen อาจคุ้มค่ากว่า

ผิวแพ้ง่ายมาก

แม้ peptides จะ gentle แต่บางคนก็อาจแพ้ส่วนผสมอื่นๆ ในสูตร ควรทดสอบก่อนใช้

วิธีเลือกและใช้ PEPTIDE

ขั้นที่ 1: เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี

ดู Ingredient List

Peptides ควรอยู่ใน top 5 ingredients, มี concentration ระบุไว้ (3-10% ดีที่สุด)

ชื่อ Peptides ที่ควรหา

Matrixyl, Palmitoyl Pentapeptide-4, Copper Tripeptide-1 (GHK-Cu), Argireline

Packaging ที่ดี

Airless pump ปกป้องจาก oxidation, ขวดทึบแสง ไม่ใช่ขวดใส

pH ที่เหมาะสม

Peptides ทำงานได้ดีที่สุดที่ pH 3.5-6.5

ขั้นที่ 2: ใช้ในลำดับที่ถูกต้อง

Morning Routine

  • 1. Gentle cleanser
  • 2. Toner (ถ้าใช้)
  • 3. Vitamin C serum
  • 4. Peptide serum
  • 5. Moisturizer
  • 6. Sunscreen (สำคัญมาก!)

Night Routine

  • 1. Double cleanse
  • 2. Toner (ถ้าใช้)
  • 3. Exfoliant (2-3 คืน/สัปดาห์)
  • 4. Peptide serum
  • 5. Retinoid (ใช้หลัง peptides)
  • 6. Moisturizer

จุดสำคัญ: ใช้ peptides หลังจาก water-based products, ใช้ก่อน oils และ heavy creams, รอ 1-2 นาทีให้ซึมก่อนลงผลิตภัณฑ์ถัดไป

ขั้นที่ 3: ใช้ร่วมกับส่วนผสมที่เข้ากัน

Peptides ใช้ร่วมกับอะไรได้

  • • Vitamin C (เสริมการผลิต collagen)
  • • Niacinamide (ช่วยซึมและซ่อมแซม barrier)
  • • Hyaluronic Acid (ให้ความชื้นและ plump ผิว)
  • • Antioxidants (ปกป้อง peptides จาก degradation)

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน

  • • Strong acids (pH ต่ำมากๆ อาจทำลาย peptides)
  • • Pure vitamin C ความเข้มข้นสูงมาก

แต่โดยทั่วไปแล้ว peptides เป็น gentle ingredients ใช้ร่วมกับอะไรก็ได้เกือบทั้งหมด

ขั้นที่ 4: อดทนและสม่ำเสมอ

Timeline ที่เป็นจริง

สัปดาห์ที่ 1-4

ผิวนุ่มขึ้น มี hydration ดีขึ้น

สัปดาห์ที่ 5-8

เริ่มเห็นว่าริ้วรอยตื้นขึ้นนิดหน่อย

สัปดาห์ที่ 9-12

ริ้วรอยตื้นขึ้นชัดเจน ผิวกระชับขึ้น

หลัง 16 สัปดาห์

ผลดีที่สุด texture ดีขึ้นมาก ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ต้องใช้ต่อเนื่อง เมื่อหยุดใช้ ผลจะค่อยๆ ลดลง เพราะ peptides ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวถาวร

ขั้นที่ 5: ใช้ร่วมกับการดูแลแบบองค์รวม

Sunscreen ทุกวันไม่มีข้อแม้

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด UV ทำลาย collagen ได้เร็วกว่าที่ peptides จะสร้างขึ้นมา ถ้าไม่ทา sunscreen การใช้ peptides ก็ไร้ประโยชน์

ดูแลภายใน

  • • ดื่มน้ำ 2-3 ลิตร/วัน
  • • กินโปรตีนเพียงพอ (1-1.5 กรัม/กก.น้ำหนัก)
  • • นอนหลับ 7-8 ชั่วโมง
  • • ลดความเครียด
  • • ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
TRUTH
"การตลาดสร้าง ภาพลวงตา ของการซ่อมแซมทันที แต่ชีววิทยาทำงานในหน่วยของ สัปดาห์ ไม่ใช่วินาที"

คำตอบขั้นสุดท้าย

ใช่ Peptides ช่วย anti-aging ได้จริง แต่ไม่ใช่เวทมนตร์

Peptides ทำได้จริง

  • ✓ กระตุ้นการผลิต collagen และ elastin
  • ✓ ลดริ้วรอยระดับเบาถึงปานกลาง 30-50%
  • ✓ ปรับปรุง texture และความกระชับของผิว
  • ✓ เพิ่มความยืดหยุ่นและความหนาของผิว
  • ✓ ชะลอการเสื่อมของผิว

Peptides ทำไม่ได้

  • ✗ ลบริ้วรอยลึกให้หายไปทันที
  • ✗ เปลี่ยนโครงสร้างหน้าหรือหน้าตาอย่างมหัศจรรย์
  • ✗ ให้ผลเหมือน Botox หรือ Filler
  • ✗ ทำให้อายุถอยหลัง 10 ปี ภายใน 1 เดือน
  • ✗ ทำงานได้ถ้าไม่ใช้ sunscreen

สรุปคำแนะนำ

Peptides คุ้มค่าถ้า:

  • • อายุ 30-50 ปี มีริ้วรอยเริ่มต้น
  • • ต้องการ preventive aging ที่ gentle
  • • ใช้ได้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
  • • ใช้ร่วมกับการดูแลแบบองค์รวม
  • • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีและเหมาะสม

Peptides อาจไม่คุ้มค่าถ้า:

  • • ต้องการผลเร็วภายใน 2-3 สัปดาห์
  • • มีริ้วรอยลึกมากต้องการ dramatic change
  • • งบประมาณจำกัดมาก
  • • ไม่ยอมทา sunscreen หรือดูแลผิวไม่ดี

ในท้ายที่สุด peptides เป็นส่วนผสมที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน ไม่ใช่การตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่ใช่ miracle ingredient ที่จะแก้ทุกปัญหาได้ในชั่วข้ามคืน

การเลือกใช้ peptides ควรเป็นส่วนหนึ่งของ anti-aging strategy ที่ครอบคลุม ไม่ใช่ทางเลือกเดียว ใช้ร่วมกับ sunscreen, retinoids, antioxidants และการดูแลสุขภาพโดยรวม จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!

บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และวารสาร dermatology ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุมเกี่ยวกับ peptides ในสกินแคร์

Share
Copy completed.