Issue No. 09 // Skin Physics
Ampoule vs Serum
ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์สกินแคร์แล้วงงใช่ไหมว่า Ampoule กับ Serum ต่างกันอย่างไร? วันนี้เราจะมาเจาะลึกความแตกต่างอย่างละเอียด
ย้อนรากเหง้า มาจากไหน
Serum เกิดขึ้นก่อน
Serum เริ่มมีในตลาดสกินแคร์ตั้งแต่ทศวรรษ 1980s โดยเป็นแนวคิดจากวงการเวชสำอาง ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นกว่า moisturizer ซึมเร็วกว่า และส่งส่วนผสมสำคัญเข้าสู่ผิวได้ลึกกว่า
คำว่า Serum มาจากภาษาละติน หมายถึง "whey" หรือส่วนของเหลวที่แยกออกจากก้อนแข็ง สื่อถึงการที่ serum เป็นของเหลวเข้มข้นที่บริสุทธิ์
Ampoule เกิดหลัง มาจากเกาหลี
Ampoule เริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงต้นทศวรรษ 2000s จากอุตสาหกรรม K-Beauty ของเกาหลี โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก serum ให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น
คำว่า Ampoule มาจากภาษาฝรั่งเศส หมายถึงขวดแก้วปิดสนิทที่ใช้บรรจุยา ซึ่งสื่อถึงความเข้มข้นและความพิเศษของผลิตภัณฑ์
ความแตกต่างพื้นฐาน:
มากกว่าที่คิด
ใช้ประจำวัน
ส่วนผสมสำคัญ 5-15% ออกแบบมาสำหรับการใช้ประจำวัน เป็นส่วนหนึ่งของ daily routine
Intensive Treatment
ส่วนผสมสำคัญ 15-30% หรือมากกว่า ออกแบบมาเป็น intensive treatment สำหรับปัญหาเฉพาะจุด
"Serum เหมือนวิตามินรายวัน ส่วน Ampoule เหมือนยาบำรุงเข้มข้นที่กินช่วงที่ร่างกายต้องการพิเศษ"
Rule_ID: CONCENTRATION_LEVEL
ความแตกต่าง 6 ข้อ
ความเข้มข้นของส่วนผสม
Serum: มีส่วนผสมสำคัญประมาณ 5-15%
Ampoule: มีส่วนผสมสำคัญถึง 15-30% หรือมากกว่า
ตัวอย่าง: Vitamin C Serum อาจมี 10% vitamin C แต่ Ampoule อาจมี 20-25%
Texture และการซึม
Serum: texture เบากว่า เป็น watery หรือ gel-like ซึมเร็ว
Ampoule: texture หนักกว่า เป็น viscous liquid ซึมลึกกว่า
Ampoule ถูกออกแบบให้ส่วนผสมเข้าถึง dermal layer ได้ลึกกว่า
วัตถุประสงค์การใช้งาน
Serum: ใช้ประจำวัน สำหรับ maintenance และ prevention
Ampoule: intensive treatment สำหรับปัญหาเฉพาะจุด หรือช่วงที่ผิวต้องการฟื้นฟูพิเศษ
ระยะเวลาการใช้
Serum: ใช้ได้ทุกวัน ต่อเนื่องหลายเดือน ขวด 30-50ml ใช้ได้ 2-3 เดือน
Ampoule: ใช้เป็น course 2-4 สัปดาห์ แล้วหยุดพัก ขวด 7-30ml
Packaging และการเก็บรักษา
Serum: ขวดปั๊มหรือขวดหยด มี preservatives
Ampoule: ขวดเล็กมากหรือ single-use เพื่อรักษาความสดใหม่
ราคาและความคุ้มค่า
Serum: ราคาต่อมิลลิลิตรถูกกว่า
Ampoule: ราคาสูงกว่าต่อมิลลิลิตร แต่ใช้น้อยกว่า งบโดยรวมใกล้เคียงกัน
เมื่อไหร่ควรเลือกใช้อะไร?
ใช้ Serum เมื่อไหร่
- • การดูแลผิวประจำวันแบบ maintenance
- • ป้องกันปัญหาผิวก่อนจะเกิด (preventive care)
- • ผิวปกติที่ต้องการบำรุงสม่ำเสมอ
- • เริ่มใช้ active ingredients ครั้งแรก
- • งบประมาณจำกัด ต้องการของที่ใช้ได้นาน
Serum ที่ควรมี:
ใช้ Ampoule เมื่อไหร่
- • ผิวมีปัญหาเฉพาะจุดที่ต้องการแก้ไขอย่างเข้มข้น
- • ก่อนงานสำคัญ 1-2 สัปดาห์
- • หลังทำ procedure (laser, peeling)
- • ช่วงเปลี่ยนฤดูที่ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย
- • ผิวอ่อนล้าจากความเครียดหรือนอนดึก
- • ต้องการ intensive anti-aging treatment
Ampoule ที่ควรพิจารณา:
ใช้ทั้งสองอย่างได้ไหม? ได้ แต่ต้องรู้วิธี
วิธีที่ 1: ใช้สลับกัน
เช้า: ใช้ serum (เบากว่า)
เย็น: ใช้ ampoule (เข้มข้นกว่า)
วิธีที่ 2: คนละเป้าหมาย
Serum สำหรับ hydration
Ampoule สำหรับ brightening
วิธีที่ 3: ตามช่วงเวลา
Serum ใช้ทุกวัน
Ampoule ใช้ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์
⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าใช้ active ingredients เดียวกันแบบเข้มข้นสองชั้น เช่น vitamin C serum + vitamin C ampoule จะเข้มข้นเกินไป
วิธีใช้ให้ได้ ผลสูงสุด
Morning Routine
- 1. Cleanser
- 2. Toner
- 3. Serum (เบาและ watery)
- 4. Ampoule (ถ้าใช้ เลือกแบบซึมเร็ว)
- 5. Moisturizer (เบาๆ)
- 6. Sunscreen
Night Routine
- 1. Double cleanse
- 2. Toner
- 3. Exfoliant (2-3 คืน/สัปดาห์)
- 4. Ampoule (เวลาที่ดีที่สุด)
- 5. Serum
- 6. Moisturizer (หนักกว่าตอนเช้า)
กฎทอง: Thin_To_Thick
ใช้จากเนื้อบางไปหนา (thin to thick) และจาก watery ไป creamy
ปริมาณที่เหมาะสม
Serum: 2-3 หยด หรือ 1-2 ปั๊ม
Ampoule: 1-2 หยดก็พอ เพราะเข้มข้นมาก
Waiting Time
หลัง Serum: รอ 30 วินาที - 1 นาที
หลัง Ampoule: รอ 1-2 นาที ให้ซึม
เทคนิคการทา
อย่าถู แต่ให้กด (pat) เบาๆ เข้าผิว จะช่วยให้ซึมดีขึ้นและไม่ดึงผิว
การเก็บรักษา Serum
- • เก็บในที่เย็นแห้ง ห่างจากแสงแดด
- • บางตัวควรเก็บในตู้เย็น (โดยเฉพาะ vitamin C)
- • ใช้ให้หมดภายใน 6-12 เดือนหลังเปิด
การเก็บรักษา Ampoule
- • แบบ single-use ใช้ทันทีหลังเปิด
- • แบบขวด เก็บในตู้เย็นจะดีที่สุด
- • ใช้ให้หมดภายใน 3-6 เดือนหลังเปิด
ความเข้าใจผิด ที่พบบ่อย
"Ampoule ดีกว่า Serum เสมอ"
ไม่จริง Ampoule เข้มข้นกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าเสมอไป บางครั้งผิวต้องการแค่ serum ก็พอ
"ใช้มากยิ่งได้ผลดี"
ไม่จริง ผิวมีขีดจำกัดในการรับส่วนผสม การใช้มากเกินไปจะไม่ทำให้ได้ผลดีกว่า
"ต้องใช้แบรนด์เดียวกัน"
ไม่จริง คุณสามารถ mix and match ได้ตามความต้องการ ที่สำคัญคือดูส่วนผสมว่าเข้ากันได้หรือไม่
"Ampoule ใช้ได้ทุกวันเหมือน Serum"
ไม่จริงทั้งหมด บาง ampoule ออกแบบมาให้ใช้ได้ทุกวัน แต่บางตัวควรใช้เป็นช่วงๆ
"แพงกว่าแปลว่าดีกว่า"
ไม่เสมอไป ราคาไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพเสมอไป
เลือกอย่างไรให้เหมาะกับ ตัวเอง
ผิวปกติ → Serum | ผิวมีปัญหา → Ampoule
Maintenance → Serum | Treatment → Ampoule
จำกัด → Serum คุณภาพดี | ยืดหยุ่น → ทั้งสองอย่าง
มือใหม่ → Serum | มือเก่า → Ampoule ได้
ไม่ค่อยมีเวลา → Serum | มีเวลาดูแล → ทั้งสองแบบ
สรุป: คำตอบที่ชัดเจน
Serum คือ
- ✓ ผลิตภัณฑ์บำรุงสำหรับใช้ประจำวัน
- ✓ มีส่วนผสมสำคัญ 5-15%
- ✓ เหมาะสำหรับ maintenance และ prevention
- ✓ ใช้ได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง
Ampoule คือ
- ✓ ผลิตภัณฑ์บำรุงเข้มข้นมากสำหรับ treatment
- ✓ มีส่วนผสมสำคัญ 15-30% หรือมากกว่า
- ✓ เหมาะสำหรับแก้ปัญหาเฉพาะจุด
- ✓ ใช้เป็นคอร์สหรือเป็นระยะๆ
คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คุณสามารถใช้ serum เป็นประจำสำหรับ daily care และเติม ampoule เข้ามาเมื่อผิวต้องการการดูแลพิเศษ
สิ่งสำคัญคือเข้าใจผิวของตัวเอง รู้ว่าต้องการอะไร และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่ตามเทรนด์หรือซื้อเพราะคนอื่นบอกว่าดี
การดูแลผิวที่ดีไม่ได้อยู่ที่ว่าใช้ของแพงหรือของเยอะ แต่อยู่ที่ความเข้าใจและความสม่ำเสมอ!
บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเกี่ยวกับ cosmetic formulation และประสบการณ์จริงในการใช้งาน เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ในการเลือกใช้สกินแคร์
