Skip to content

Cart

Your cart is empty

Continue shopping

ทำไมผิวไทยหน้าเยิ้มง่ายกว่าผิวเกาหลี ความจริงที่คุณควรรู้ก่อนใช้ K-Beauty

ชีววิทยาของผิวหนัง Issue No. 001
ผิวไทย vs ผิวเกาหลี ความแตกต่างที่ต้องรู้

ผิวไทย vs ผิวเกาหลี

130%
30-40

สังเกตการณ์ 01

ผิวคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีต่อมน้ำมันที่ใหญ่กว่าและทำงานหนักกว่า 30-40%

ความชื้นของเกาหลี

ผิว
ชีววิทยา

ทำไมผิวไทยเยิ้มง่ายกว่าผิวเกาหลี

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเพื่อนเกาหลีหน้าใสเนียน ใช้ครีมบางๆ ก็ดูเพียงพอ แต่เราต้อง ซับกระดาษมันหน้า วันละ 3-4 ครั้ง?

คำตอบอยู่ที่ความแตกต่างทางชีววิทยาและสภาพแวดล้อมที่เราไม่เคยคิดว่ามันส่งผลมากขนาดนี้

01.

ผิวเกาหลี

ปัญหาหลัก

30-40%

+22% vs ค่าเฉลี่ยทั่วไป

เกาหลีมีปัญหาหลักคือ dry skin เพราะอากาศหนาวแห้ง ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จึง focus ที่ hydration และ nourishment ด้วย texture ที่ rich

02.

ผิวไทย

ผิวไทยมีปัญหาหลักคือ excess sebum, congestion และ oiliness พอเราเอา K-Beauty routine มา apply โดยไม่ปรับ ผลก็คือ overloading

ระดับ Sebum

130%

+15% vs ค่าเฉลี่ยในเมือง

ความจริงที่ต้องยอมรับ

"Glass skin ของเกาหลีสวย แต่ healthy glow ของผิวไทยที่ดูแลอย่างถูกวิธีก็สวยไม่แพ้กัน"

ความยืดหยุ่น ความแตกต่าง ความชัดเจน
THAI SKIN

บทความเพื่อความเข้าใจผิวของคนไทย

พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง Issue No. 001
🌊
Issue No. 001 — ชีววิทยาผิว

ทำไม
ผิวไทย

DNA & สภาพอากาศ

เยิ้มง่าย?

"เคยสงสัยไหมว่าทำไมเพื่อนเกาหลีหน้าใสเนียน ใช้ครีมบางๆ ก็ดูเพียงพอ แต่เราต้องซับกระดาษมันหน้าวันละ 3-4 ครั้ง?"

22%

รูขุมขนใหญ่กว่า

🧬 ดีเอ็นเอของผิว

ผิวไทยกับผิวเกาหลีแตกต่างกันตั้งแต่โครงสร้าง งานวิจัยทาง dermatology เผยว่าผิวคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมไทย) มี sebaceous glands หรือต่อมน้ำมันที่ใหญ่กว่าและทำงานหนักกว่าผิวคนเอเชียตะวันออกไกล (เกาหลี ญี่ปุ่น จีนเหนือ) ถึง 30-40%

นอกจากนี้ ผิวไทยยังมี pore size หรือขนาดรูขุมขนที่ใหญ่กว่าเฉลี่ย 22% เมื่อเทียบกับผิวเกาหลี ซึ่งทำให้น้ำมันหลั่งออกมาได้ง่ายขึ้น

* ไม่ใช่เพราะเราดูแลผิวผิดวิธี แต่เป็นเรื่องของพันธุกรรม
4.2 pH
60% ความชื้น
130% น้ำมัน
🌡️ สภาพอากาศ

ลองนึกภาพง่ายๆ คือถ้าเราทาเนยบนขนมปัง แล้ววางไว้ในห้องแอร์ 20°C กับวางไว้ข้างนอกที่ 33°C เนยก้อนไหนจะละลายเร็วกว่ากัน? ผิวของเราก็เหมือนกัน

กรุงเทพฯ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28-33°C กับความชื้นสัมพัทธ์ 70-80% ตลอดทั้งปี ในขณะที่โซลมีอุณหภูมิเฉลี่ย 12-26°C

การศึกษาพบว่าทุกๆ ที่อุณหภูมิสูงขึ้น 1°C ต่อมน้ำมันจะผลิต sebum เพิ่มขึ้น 10% นั่นหมายความว่าในวันที่อากาศ 33°C ของไทย ผิวเราผลิตน้ำมันมากกว่าในวันที่ 20°C ของเกาหลีถึง 130%!

ชีววิทยา

วิธีดูแลผิวไทยให้ใช่

1

ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

ไม่จำเป็นต้อง 10 steps ทุกวัน เช้า 3-4 ขั้น เย็น 5-6 ขั้นก็พอ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

2

เลือก texture ที่เหมาะ

Gel-based, water-based หรือ lightweight ควรเป็นตัวเลือกหลัก หลีกเลี่ยง heavy cream และ oil-based ตอนกลางวัน

3

ใช้ active ingredients ที่ควบคุมมัน

Niacinamide (4-5%), Zinc PCA, Tea Tree, Salicylic Acid ตัวเหล่านี้ช่วยควบคุมการผลิต sebum ได้จริง

4

Exfoliate อย่างชาญฉลาด

ผิวมันต้องการ exfoliation แต่ไม่ใช่ทุกวัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งด้วย BHA (Beta Hydroxy Acid) จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้ดีโดยไม่ระคายเคือง

5

อย่าลืม moisturizer

ผิวมันก็ต้องการความชื้น แต่เลือกแบบ oil-free, non-comedogenic ที่ให้ hydration โดยไม่เพิ่มความมัน

6

Sunscreen คือกุญแจ

เลือกแบบ mattifying หรือ sebum control ที่ไม่ทิ้งฟิล์มมัน และมี PA++++ เพื่อป้องกัน UVA ที่กระตุ้นการผลิตน้ำมัน

สรุป

หน้าเยิ้มของผิวไทยไม่ได้เกิดจากเราดูแลผิวไม่ดีพอ มันเป็นผลจาก DNA, สภาพอากาศ และไลฟ์สไตล์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด

แต่ที่เราควบคุมได้คือวิธีที่เราเข้าใจและปรับตัว การทำตาม K-Beauty routine แบบตาบอดไม่ใช่คำตอบ การเข้าใจว่าผิวเรามีความต้องการอะไร แล้วปรับ routine ให้เหมาะสมต่างหากที่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีจริง

ผิวไทยไม่ได้แย่กว่าผิวเกาหลี แค่ต้องการการดูแลที่แตกต่าง และเมื่อเราเข้าใจความแตกต่างนี้ เราก็จะหยุดต่อสู้กับธรรมชาติของตัวเอง และเริ่มทำงานร่วมกับมันแทน

บทความนี้ใช้ข้อมูลจากการศึกษาทาง dermatology และประสบการณ์จริงในการทำงานกับผิวไทย เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องและเข้าใจบริบทของเรา
Share
Copy completed.