Skip to content

Cart

Your cart is empty

Continue shopping

Fix / Lock / Seal ต่างกันยังไง

เทคโนโลยี
Water droplet macro

FIX LOCK SEAL

Fix / Lock / Seal ต่างกันยังไง? คำตอบที่คุณหาอยู่ทั้งหมด

FIX. LOCK.

SEAL.

เคยยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เมคอัพแล้วงงใช่ไหมว่า Setting Spray แบบไหนควรเลือก? Fix กับ Lock ต่างกันตรงไหน? Seal คืออะไร? ทำไมราคาต่างกันเยอะขนาดนี้?

วันนี้เราจะมาตอบคำถามเหล่านี้แบบละเอียดยิบ เพื่อให้คุณเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจและเหมาะกับตัวเองที่สุด

เริ่มต้นที่ต้นกำเนิด ทำไมถึงต้องมี Setting Spray?

ก่อนจะไปถึงความแตกต่างของแต่ละประเภท เรามาเข้าใจก่อนว่าทำไม setting spray ถึงเกิดขึ้นมา

สมัยก่อนคนแต่งหน้าแล้วปล่อยไว้แบบนั้น แต่พอเทคโนโลยีเมคอัพพัฒนาขึ้น ผลิตภัณฑ์ก็ทนทานขึ้นด้วย จนกระทั่งวงการเมคอัพอัพโปรเฟสชั่นแนลเริ่มมีความต้องการที่จะให้ผลงานอยู่ได้นานขึ้น ไม่ว่าจะเหงื่อออก แสงไฟร้อน หรือต้องอยู่ได้ทั้งวัน

Setting spray จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อ "ล็อค" เมคอัพเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แบรนด์ต่างๆ เริ่มพัฒนาสูตรที่มีฟังก์ชันต่างกันออกไป จนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ที่เราเห็นกันทุกวันนี้

💧

Fix คืออะไร?

Fix หรือ Fixing Spray คือสเปรย์ที่ทำหน้าที่ "ตรึง" เมคอัพเอาไว้กับที่ โดยไม่เปลี่ยนลุคหรือ finish ของเมคอัพที่คุณแต่งไว้

CODE: FIX_01
🔒

Lock คืออะไร?

Lock หรือ Locking Spray คือสเปรย์ที่ทำหน้าที่ "ล็อค" เมคอัพให้อยู่นานขึ้นอย่างแท้จริง มีพลังในการยึดเมคอัพมากกว่า Fix

CODE: LOCK_02
🛡️

Seal คืออะไร?

Seal หรือ Sealing Spray คือระดับสูงสุดของการล็อคเมคอัพ มันไม่ได้แค่ "ล็อค" แต่มันคือการ "ซีล" เหมือนปิดผนึกเมคอัพเอาไว้จริงๆ

CODE: SEAL_03
01

💧

THE FIXATION

วิธีการทำงานของ Fix

Fix ทำงานด้วยการสร้างชั้นบางๆ ระหว่างชั้นเมคอัพแต่ละขั้นตอน คิดง่ายๆ คือมันเหมือน ตัวเชื่อม ที่ทำให้ foundation กับ powder หรือ eyeshadow แต่ละสี "จับ" กันได้ดีขึ้น

ส่วนผสมหลัก: น้ำ + humectants เบาๆ เช่น glycerin, aloe vera

02

🔒

LOCKDOWN

วิธีการทำงานของ Lock

"Lock สร้าง semi-permeable barrier หรือชั้นกึ่งกันน้ำบนใบหน้า"

ส่วนผสมจะมี polymers และ film-forming agents เช่น VP/VA Copolymer หรือ Acrylates Copolymer ที่จะสร้างเป็นเน็ตเวิร์คบางๆ คลุมเมคอัพเอาไว้

03

🛡️

FINAL SEAL

วิธีการทำงานของ Seal

Seal สร้าง waterproof barrier ที่แข็งแกร่งกว่า Lock หลายเท่า มันจะสร้างฟิล์มบางที่กันน้ำและกันเหงื่อได้เกือบทั้งหมด

เมื่อไหร่ควรใช้ Fix

  • ใช้ระหว่างขั้นตอนแต่งหน้า เช่น พ่น Fix หลัง foundation ก่อนลงคอนซีลเลอร์
  • ใช้หลัง eyeshadow primer เพื่อให้สีติดทนนานขึ้น
  • ใช้เพื่อทำให้เมคอัพดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องการความเงาหรือ matte ที่มากเกินไป
  • เหมาะกับคนที่ชอบ natural finish หรือ satin finish

ข้อดี

ไม่เปลี่ยนลุคเดิม • เบาสบาย • ใช้ได้บ่อย • ราคาไม่แพง

ข้อจำกัด

ไม่ทนทานมากที่สุด • ไม่มี oil control • อาจไม่พอสำหรับอีเว้นท์ยาว

เมื่อไหร่ควรใช้ Lock

  • ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังแต่งหน้าเสร็จแล้ว
  • เหมาะกับวันที่ต้องอยู่นอกบ้านนาน 8-12 ชั่วโมง
  • เหมาะกับคนผิวมันหรือผิวผสม
  • ใช้ในงานอีเว้นท์พิเศษ งานแต่งงาน หรือถ่ายรูป
  • เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย

ข้อดี

ทนทาน 8-16 ชม. • ป้องกันเหงื่อน้ำมัน • เหมาะกับอากาศไทย • ควบคุมความมัน

ข้อจำกัด

อาจดู matte เกินไป • บางสูตรทำผิวแห้ง • ต้องใช้คลีนเซอร์ดี • ราคาแพงกว่า

เมื่อไหร่ควรใช้ Seal

  • งานแต่งงาน โดยเฉพาะเจ้าสาวที่ต้องอยู่ทั้งวัน
  • การแสดงหรือคอนเสิร์ตที่มีแสงไฟร้อนและขยับมาก
  • กีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่เหงื่อออกเยอะ
  • ถ่ายแบบริมสระน้ำหรือชายหาด
  • งานที่ต้องการความทนทานสูงสุด

ข้อดี

ทนทานที่สุด 16-24 ชม. • กันน้ำกันเหงื่อเกือบทั้งหมด • ใช้ได้ทุกสภาพอากาศ • เมคอัพเกือบไม่หลุด

ข้อจำกัด

ถอดยาก ต้องใช้ oil-based cleanser • อาจทำผิวแห้ง • บางคนอาจแพ้ alcohol • ราคาแพงที่สุด • ไม่เหมาะใช้ประจำวัน

PERFORMANCE MATRIX v2.04

เปรียบเทียบแบบชัดเจน

เลือกอย่างไรให้ถูก?

ระดับความทนทาน: Fix (4-6 ชม.) < Lock (8-16 ชม.) < Seal (16-24 ชม.)
ระดับความเป็นธรรมชาติ: Fix (มากที่สุด) > Lock (ปานกลาง) > Seal (น้อยที่สุด)
ความเหมาะสมกับการใช้ประจำวัน: Fix (ใช้ได้ทุกวัน) > Lock (ใช้บ่อยได้) > Seal (ใช้เฉพาะงานพิเศษ)

300-800
Fix ราคา (บาท)
600-1,500
Lock ราคา (บาท)
1,000-2,500
Seal ราคา (บาท)
Spray mist particles
Liquid texture

setting spray ที่เหมาะสมจะเปลี่ยนเกมเมคอัพของคุณได้จริงๆ!

เทคนิคการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับ Fix

  • • พ่นห่างหน้าประมาณ 20-30 ซม.
  • • พ่น 2-3 ครั้ง เป็นรูป X และ T
  • • ใช้ได้ตลอดวันเมื่อต้องการ refresh
  • • ไม่ต้องรอให้แห้งสนิทก็แตะหน้าได้

สำหรับ Lock

  • • พ่นห่างหน้าประมาณ 15-20 ซม.
  • • พ่น 3-4 ครั้ง ให้ทั่วใบหน้า
  • • รอให้แห้งสนิทประมาณ 1-2 นาที
  • • อย่าแตะหน้าจนกว่าจะแห้งสนิท

สำหรับ Seal

  • • พ่นห่างหน้าประมาณ 15 ซม.
  • • พ่น 4-5 ครั้ง เป็นชั้นบางๆ หลายชั้น
  • • รอให้แห้งสนิทอย่างน้อย 2-3 นาที
  • • ห้ามแตะหน้าเด็ดขาด จนกว่าจะแห้งสนิทจริงๆ

ความผิดพลาดที่มักเกิดขึ้น

1. ใช้ผิดประเภทกับโอกาส
2. พ่นใกล้เกินไป
3. พ่นไม่เพียงพอ
4. ไม่รอให้แห้ง
5. ไม่เลือกตามสภาพผิว

การเลือก Setting Spray ที่เหมาะสมจะเปลี่ยนเกมเมคอัพของคุณได้จริงๆ

หลายคนใช้ Fix ไปงานแต่งงานแล้วบ่นว่าเมคอัพหลุด หรือใช้ Seal ทุกวันจนผิวแห้ง นี่คือความผิดพลาดใหญ่ที่สุด

PRO TIP

"คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หลายคนมีทั้ง Fix สำหรับใช้ประจำวันและ Lock หรือ Seal ไว้สำรองสำหรับงานพิเศษ"

คำตอบสุดท้าย เลือกอย่างไรดี?

🏢

แต่งหน้าไปทำงาน อยู่ออฟฟิศแอร์

→ FIX

☀️

ผิวมัน อยู่กลางแจ้ง หรืออยู่กรุงเทพฯ

→ LOCK

💒

งานพิเศษ แต่งงาน หรือต้องการความทนทานสูงสุด

→ SEAL

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าแต่ละประเภทคืออะไร ต่างกันยังไง และควรเลือกอะไร ลองไปหาของที่ใช่สำหรับตัวเองดูนะคะ เพราะ setting spray ที่เหมาะสมจะเปลี่ยนเกมเมคอัพของคุณได้จริงๆ!

FIX LOCK SEAL FIX LOCK SEAL FIX LOCK SEAL FIX LOCK SEAL FIX LOCK SEAL

บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์จริงในการใช้งาน เพื่อให้คุณมีความรู้ที่ถูกต้องในการเลือกซื้อ

Share
Copy completed.