สิวผด VS สิวอุดตัน
ต่างกันยังไงในอากาศชื้น? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผิวไทย
เช้าตื่นมามองกระจกแล้วเจอสิวขึ้นใหม่ คุณเคยสงสัยไหมว่านี่มันคือสิวผดหรือสิวอุดตัน? ทำไมบางครั้งใช้ยาสิวแล้วไม่หาย? ทำไมอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยทำให้สิวแย่ลงเรื่อยๆ?
คำตอบอยู่ที่การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสิวทั้งสองแบบ และวิธีจัดการที่เหมาะสมในบริบทของสภาพอากาศที่เราอาศัยอยู่
สิวผด คืออะไรกันแน่?
สิวผดมีชื่อทางการแพทย์ว่า Inflammatory Acne หรือสิวอักเสบ นี่คือสิวที่มีการอักเสบเกิดขึ้นภายในผิว มักจะเห็นเป็นตุ่มแดงโป่ง บวม เจ็บเมื่อแตะ และบางครั้งมีหนองสีเหลืองหรือสีขาวอยู่ตรงกลาง
ลักษณะเด่นของสิวผด
สิวผดมักจะมีขนาดใหญ่กว่าสิวทั่วไป มีสีแดงเข้มหรือแดงม่วง รู้สึกร้อนและเจ็บเมื่อสัมผัส บางครั้งอาจมีขนาดใหญ่มากจนเรียกว่า Cystic Acne หรือสิวอักเสบชนิดรุนแรง
สิ่งที่สำคัญคือสิวผดไม่ได้มีแค่ bacteria ตัวเดียว แต่มีกระบวนการอักเสบที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย
สาเหตุของสิวผด
แบคทีเรียตัวนี้อาศัยอยู่ในรูขุมขนตามธรรมชาติ แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม (มีน้ำมันเยอะ ออกซิเจนน้อย) มันจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดการอักเสบ
ฮอร์โมน androgen โดยเฉพาะ testosterone จะกระตุ้นต่อมน้ำมันให้ทำงานหนักขึ้น ทำให้เกิด sebum มากเกินไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมสิวผดมักขึ้นก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงวัยรุ่น
อาหารที่มี inflammatory index สูง เช่น น้ำตาลขาว นมวัว ของทอดมันเยอะ จะกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ส่งผลให้สิวผดรุนแรงขึ้น
cortisol ที่เพิ่มขึ้นจากความเครียดจะส่งผลต่อระบบฮอร์โมนและกระตุ้นการผลิตน้ำมัน พร้อมทั้งลดประสิทธิภาพการซ่อมแซมผิว
อาการที่บอกว่านี่คือสิวผด
สิวอุดตัน คือสิวประเภทไหน?
สิวอุดตันมีชื่อทางการแพทย์ว่า Comedonal Acne แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ Whitehead (สิวหัวขาว) และ Blackhead (สิวหัวดำ)
ลักษณะเด่นของสิวอุดตัน
สิวอุดตันมักมีขนาดเล็ก ไม่มีการอักเสบ ไม่แดง ไม่เจ็บ แต่จะเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ สีขาวหรือมีจุดดำอยู่ตรงกลางรูขุมขน
Whitehead คือสิวที่ปิดอยู่ใต้ผิว ดูเป็นตุ่มสีขาวเล็กๆ ไม่โผล่ออกมา ส่วน Blackhead คือสิวที่เปิดออกสู่ผิวหน้า มีสีดำเพราะ oxidation ของ sebum ที่สัมผัสกับอากาศ
สาเหตุของสิวอุดตัน
ผิวหนังมีกระบวนการหลุดลอกเซลล์เก่าออกไปตามธรรมชาติ แต่บางครั้งเซลล์เหล่านี้ไม่หลุดออกไปหมด แต่กลับไปอุดรูขุมขนแทน
เมื่อต่อมน้ำมันผลิต sebum มากเกินไป จะผสมกับเซลล์ผิวตายและเกิดเป็นก้อนอุดตันในรูขุมขน
ครีมหรือเมคอัพที่มี comedogenic index สูง จะไปอุดรูขุมขนง่าย โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้น
เมคอัพค้างหรือทำความสะอาดไม่สะอาด ทำให้สิ่งสกปรกสะสมอยู่ในรูขุมขน
อาการที่บอกว่านี่คือสิวอุดตัน
อากาศชื้นส่งผลต่อสิวทั้งสองแบบอย่างไร?
นี่คือประเด็นสำคัญที่หลายคนมองข้าม สภาพอากาศของเมืองไทยที่ร้อนชื้นตลอดปีส่งผลต่อสิวทั้งสองประเภทแต่ต่างกันออกไป
อากาศชื้นกับสิวผด
ความชื้นสูงทำให้ร่างกายต้องขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน เหงื่อที่ออกมานี้ผสมกับ sebum และแบคทีเรียบนผิว กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับ P.acnes ในการเพิ่มจำนวน
การศึกษาพบว่าในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงกว่า 70% อัตราการเกิดสิวผดเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับสภาพอากาศปกติ
นอกจากนี้ ความร้อนยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้การอักเสบดูรุนแรงขึ้น สิวผดจึงมักดูแดงและบวมมากขึ้นในฤดูร้อน
อากาศชื้นกับสิวอุดตัน
ความชื้นสูงทำให้ผิวมีความชื้นมากขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีควรจะเป็นเรื่องดี แต่กลับกลายเป็นว่า ความชื้นภายนอกที่มากเกินไปจะส่งสัญญาณให้ต่อมน้ำมันผลิต sebum มากขึ้นเพื่อ "ปกป้อง" ผิว
ผลคือมีน้ำมันสะสมมากขึ้น ผสมกับเซลล์ผิวตายที่หลุดลอกเร็วขึ้นในอากาศร้อน ทำให้มีโอกาสเกิดสิวอุดตันมากขึ้น
การศึกษาในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า blackhead เพิ่มขึ้น 60% ในฤดูฝนเมื่อเทียบกับฤดูแล้ง
ปัจจัยเสริมในอากาศไทย
มลภาวะในอากาศ
PM2.5 และฝุ่นละอองจะเกาะบนผิวง่ายขึ้นเมื่อผิวมีความชื้น ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย
การใช้แอร์
การเปลี่ยนจากที่ร้อนมาอยู่ในที่แอร์เย็นจัด ทำให้ผิวสับสน ผลิตน้ำมันมากขึ้นหรือแห้งเกินไป
การซับหน้า
หลายคนซับกระดาษมันหน้าบ่อยเกินไป ทำให้ผิวแห้งและกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น
วิธีดูแลสิวผดในอากาศชื้น
ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน
ใช้ cleanser ที่ pH balanced (4.5-5.5) ไม่ควรใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่ harsh เกินไป แม้ว่าจะรู้สึกว่าหน้าสะอาดมาก แต่การทำลาย skin barrier จะทำให้การอักเสบแย่ลง
ใช้ ingredients ที่ลดการอักเสบ
หลีกเลี่ยงการคีบหรือบีบ
สิวผดมีการอักเสบลึกภายในผิว การบีบจะทำให้แบคทีเรียกระจายไปยังบริเวณข้างเคียง และทำให้เกิดรอยแผลเป็นหรือรอยดำ
ใช้ oil-free moisturizer
แม้ผิวจะมัน แต่ก็ต้องการความชื้น เลือก moisturizer ที่เป็น gel หรือ water-based ที่ไม่อุดตัน
ป้องกันแดดอย่างเคร่งครัด
UV กระตุ้นการอักเสบและทำให้รอยดำเข้มขึ้น ใช้ sunscreen ที่เป็น oil-free กับ PA++++
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
น้ำช่วยขับสารพิษและลดการอักเสบจากภายใน ควรดื่มอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
ปรับอาหาร
ลด high glycemic index foods เช่น ข้าวขาว ขนมหวาน เพิ่ม anti-inflammatory foods เช่น ปลาแซลมอน ผักใบเขียว ถั่ว
วิธีดูแลสิวอุดตันในอากาศชื้น
Double Cleansing
ใช้ oil cleanser หรือ micellar water ก่อนล้างหน้าด้วย foam cleanser จะช่วยทำความสะอาดได้ทั่วถึง โดยเฉพาะสำหรับคนที่แต่งหน้าหรือใช้ sunscreen
Exfoliate สม่ำเสมอ
BHA (Salicylic Acid) 0.5-2% ทำงานได้ดีกับสิวอุดตันเพราะละลายในน้ำมันได้ จึงเข้าไปทำความสะอาดภายในรูขุมขน
AHA (Glycolic Acid/Lactic Acid) 5-10% ช่วยผลัดเซลล์ผิวบนผิวหน้า
ใช้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ควรใช้ทุกวัน
ใช้ Clay Mask
มาส์กดินขาวหรือดินภูเขาไฟ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินและทำความสะอาดรูขุมขน
ใช้ Retinoids
Retinol หรือ Adapalene ช่วยเพิ่มอัตราการหลุดลอกของเซลล์ผิว ป้องกันการอุดตัน แต่ต้องใช้ตอนกลางคืนและเริ่มจากความเข้มข้นต่ำ
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ comedogenic
เช็คว่าครีมหรือเมคอัพที่ใช้มี comedogenic rating ต่ำกว่า 2 โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ค้างบนหน้านาน
ล้างหมอนปลอกบ่อย
หมอนปลอกเป็นแหล่งสะสมของ sebum และแบคทีเรีย ควรเปลี่ยนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ไม่ควรซับหน้าบ่อยเกินไป
ถ้าหน้ามันจริงๆ ให้ใช้กระดาษซับมันแบบเบาๆ แค่กดซับ ไม่ถู โดยควรซับไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อวัน
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
บางครั้งการดูแลเองอาจไม่เพียงพอ คุณควรพบแพทย์ผิวหนังเมื่อ
สำหรับสิวผด
สำหรับสิวอุดตัน
แพทย์อาจพิจารณาให้ยารักษาที่เข้มข้นกว่า เช่น
ความเข้าใจผิดที่ควรหลีกเลี่ยง
คิดว่าสิวทุกตัวเหมือนกัน
การรักษาสิวผดกับสิวอุดตันต่างกัน ถ้าใช้วิธีผิด อาจทำให้แย่ลง
คิดว่าผิวมันไม่ต้องบำรุง
ผิวมันก็ต้องการความชื้น การไม่ใส่ moisturizer จะทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น
ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวหลายตัวพร้อมกัน
การใช้หลาย active ingredients พร้อมกัน โดยเฉพาะ exfoliants อาจทำให้ผิวระคายเคืองและอ่อนแอ
คาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินไป
การดูแลสิวต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลชัดเจน
หยุดดูแลเมื่อสิวหาย
การรักษาสิวต้องทำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะหายแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
สรุป เข้าใจแล้วจัดการได้
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าสิวผดกับสิวอุดตันต่างกันอย่างไร และอากาศชื้นของเมืองไทยส่งผลกระทบต่อสิวทั้งสองแบบอย่างไร
หลักสำคัญที่ต้องจำ
สิวผดต้องการการลดการอักเสบและควบคุมแบคทีเรีย
สิวอุดตันต้องการการทำความสะอาดลึกและ exfoliation
ทั้งสองแบบต้องการความชื้นที่เหมาะสมและการปกป้องผิว
อากาศชื้นทำให้ต้องปรับวิธีดูแลให้เหมาะสม
การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์และวิธีดูแลที่ถูกต้อง ไม่เสียเวลาและเงินไปกับสิ่งที่ไม่ได้ผล
จำไว้ว่าผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่ได้ผลกับคนอื่นอาจไม่ได้ผลกับคุณ การทดลองและสังเกตผิวของตัวเองคือกุญแจสำคัญ
และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมว่าการมีสิวเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าคุณดูแลผิวไม่ดีพอ บางครั้งมันเป็นเรื่องของพันธุกรรม ฮอร์โมน และสภาพแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ทั้งหมด
ดูแลผิวด้วยความอดทนและความเข้าใจ ผลลัพธ์ที่ดีจะตามมาอย่างแน่นอน
"The skin is not a wall. It is a permeable canvas."
บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาทาง dermatology และประสบการณ์จริงในการทำงานกับผิวไทยในสภาพอากาศเขตร้อนชื้น เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์