7 STEPS
YOU DON'T NEED
Routine เกาหลี 7 ขั้น ที่ผิวไทยไม่จำเป็นต้องทำ ความจริงที่ควรรู้
ทุกครั้งที่เห็น Korean skincare routine 10 steps บนโซเชียลมีเดีย คุณอาจรู้สึกผิดที่ทำไม่ครบ หรือคิดว่าผิวตัวเองจะไม่ดีเพราะไม่มีเวลาทำทุกขั้นตอน แต่ความจริงคือ ผิวไทยในอากาศร้อนชื้นไม่จำเป็นต้องทำทุกขั้นตอนเหมือนคนเกาหลี
วันนี้เราจะมาเจาะลึก 7 ขั้นตอนที่คุณอาจข้ามได้ พร้อมเหตุผลที่ชัดเจน และบอกว่าควรทำอะไรแทนให้เหมาะกับผิวไทยและสภาพอากาศของเรา
KOREA
เกาหลีมีอากาศหนาวและแห้ง โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบ ความชื้นในอากาศต่ำมาก (20-30%) ผิวจึงต้องการ hydration และ nourishment เยอะ routine หลายขั้นตอนจึงเกิดขึ้นเพื่อเติม moisture ชั้นแล้วชั้นเล่า
นอกจากนี้ วัฒนธรรมการดูแลผิวของเกาหลีเน้นที่ prevention และ taking time for self-care การใช้เวลา 30-45 นาทีทำสกินแคร์ถือเป็นการผ่อนคลายและดูแลตัวเอง
THAILAND
ในทางกลับกัน ไทยมีอุณหภูมิ 33-38 องศาตลอดปี ความชื้น 70-80% ผิวไม่ขาดความชื้นจากอากาศ แต่กลับมีปัญหาน้ำมันมากเกินไป อุดตัน และสิว
ไลฟ์สไตล์คนไทยก็ต่างจากเกาหลี เรามีเวลาน้อยกว่า รีบมากกว่า และอาจไม่มีเวลา 45 นาทีทำสกินแคร์ทุกวัน
MORNING OIL CLEANSE
Cleansing Oil ทุกเช้า
คนเกาหลีมักใช้ cleansing oil แม้ตอนเช้าที่ไม่ได้แต่งหน้า เพื่อล้าง sebum ที่หลั่งออกมาตอนกลางคืน และเพื่อความรู้สึกสะอาดหมดจด
ผิวไทยในอากาศร้อนชื้นผลิตน้ำมันเยอะอยู่แล้ว การใช้ cleansing oil ตอนเช้าอาจมากเกินไป โดยเฉพาะถ้าไม่ได้แต่งหน้าหรือทา sunscreen หนักๆ Cleansing oil บางตัวอาจทิ้ง residue ที่ทำให้ผิวมันมากขึ้น และในอากาศร้อน มันอาจรู้สึกหนักหน้าและอึดอัด
ตอนเช้าให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอย่างเดียว หรือใช้ gentle foam/gel cleanser เบาๆ ถ้าผิวมีน้ำมันเยอะจริงๆ เก็บ cleansing oil ไว้ใช้ตอนเย็นเมื่อต้องการล้างเมคอัพหรือ sunscreen
MULTI-LAYER ESSENCE
Essence หลายชั้น
Korean routine มักมี essence 2-3 ชั้นเพื่อเติม hydration ให้ผิวที่แห้งจากอากาศหนาว เป็นการ layer moisture ให้ผิวดูดซับทีละน้อย
อากาศไทยมีความชื้นสูงอยู่แล้ว ผิวไม่ขาด hydration จากอากาศเหมือนเกาหลี การ layer essence หลายชั้นอาจทำให้รู้สึกหนักหน้า เหนียวเหนอะหนะ และใช้เวลานาน นอกจากนี้ ในอากาศร้อนชื้น moisture มากเกินไปอาจทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับแบคทีเรียและเชื้อรา
ใช้ essence แค่ 1 ชั้นที่มี active ingredients ที่ต้องการจริงๆ เช่น niacinamide สำหรับควบคุมน้ำมัน หรือ vitamin C สำหรับ brightening เลือก essence ที่ watery และซึมเร็ว ไม่ใช่แบบหนืดหรือหนัก
DAILY SHEET MASKS
Sheet Mask ทุกวัน
Sheet mask เป็นส่วนหนึ่งของ daily routine ของหลายคนในเกาหลี เพื่อเติม moisture intensive และเป็นเวลาผ่อนคลาย
Sheet mask ทุกวันคือ overkill สำหรับผิวไทย ผิวเราไม่ต้องการ hydration intensive ขนาดนั้นทุกวัน และในอากาศร้อนชื้น การใช้ mask ที่ occlusive มากเกินไปอาจทำให้อุดตัน นอกจากนี้ sheet mask ทุกวันก็สิ้นเปลืองและไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ใช้ sheet mask 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ เมื่อผิวต้องการ hydration boost พิเศษ เช่น หลังโดนแดดมาก ผิวแห้ง หรือก่อนงานสำคัญ หรือเปลี่ยนมาใช้ wash-off mask ที่ตอบโจทย์เฉพาะ เช่น clay mask สำหรับผิวมัน หรือ hydrating gel mask
SERUM STACKING
Multiple Serums ซ้อนหลายตัว
Korean routine บางคนใช้ serum 3-4 ตัวซ้อนกัน แต่ละตัวมี function ต่างกัน เช่น brightening serum, anti-aging serum, hydrating serum และ soothing serum
ผิวมีขีดจำกัดในการรับ active ingredients ในเวลาเดียวกัน การใช้หลาย serums พร้อมกัน ผิวอาจรับไม่ได้หมด และบาง ingredients อาจขัดแย้งกันหรือลดประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน ในอากาศร้อนชื้น การ layer products มากเกินไปจะรู้สึกหนักหน้าและอึดอัด แถมใช้เวลานานมาก
เลือก serum หลัก 1-2 ตัวที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณโดยตรง ตอนเช้าใช้ serum ที่ protect และ control oil เช่น vitamin C + niacinamide ตอนเย็นใช้ serum ที่ repair และ treat เช่น retinol หรือ peptides
HEAVY MOISTURIZER
Heavy Moisturizer ทุกคน
เกาหลีมักใช้ moisturizer แบบ thick cream เพื่อ seal moisture และปกป้องผิวจากอากาศหนาวแห้ง บางคนใช้ทั้ง emulsion และ cream ซ้อนกัน
ผิวมันในอากาศร้อนชื้นไม่ต้องการ heavy moisturizer การใช้ cream หนักๆ จะทำให้รู้สึกหนักหน้า อุดตัน และกระตุ้นการผลิตน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้ ในอากาศที่มีความชื้นสูง ผิวไม่ต้องการ occlusive layer หนาเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำเหมือนในอากาศแห้ง
เลือก moisturizer ตามประเภทผิว: ผิวมันใช้ gel-based หรือ water-based moisturizer ที่เบาและซึมเร็ว / ผิวแห้งใช้ lotion หรือ lightweight cream ไม่ต้องหนักเหมือนในเกาหลี / ผิวผสมใช้ gel สำหรับ T-zone และ lotion สำหรับแก้ม
NIGHTLY SLEEPING PACK
Sleeping Pack ทุกคืน
Sleeping pack หรือ sleeping mask เป็น final step ของ Korean routine เพื่อ seal ทุกอย่างและให้ intensive treatment ข้ามคืน ในอากาศแห้ง มันช่วยป้องกันการสูญเสียความชื้นตอนนอน
Sleeping pack ทุกคืนหนักเกินไปสำหรับผิวไทย โดยเฉพาะผิวมันและผิวผสม มันจะทำให้อุดตัน ตื่นมาหน้ามันเยิ้ม และอาจเกิดสิว ในอากาศร้อนชื้น เราไม่ต้องการ occlusive layer หนาตอนนอน ผิวต้องการ breathe มากกว่า
ใช้ sleeping pack แค่ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ เมื่อผิวต้องการ intensive care เช่น ผิวแห้งมาก หลังโดนแดด หรือหลัง exfoliate เลือก sleeping pack แบบเบาๆ เช่น gel-based หรือ water-based ไม่ใช่แบบ thick cream หรือใช้ moisturizer ปกติเป็น final step ก็เพียงพอแล้ว
7-SKIN METHOD
Toner Layering 7 Layers
7 skin method คือการ pat toner ซ้ำ 7 ครั้ง เพื่อเติม hydration ให้ผิวแบบ intensive เป็นวิธีที่ viral ในเกาหลีสักพัก
ผิวไทยไม่ต้องการ hydration intensive ขนาดนั้น การ layer toner 7 ครั้งจะใช้เวลามาก สิ้นเปลือง และอาจทำให้ผิวรู้สึกเปียกชุ่มเกินไปในอากาศชื้น นอกจากนี้ การทิ้ง toner ไว้บนผิวโดยไม่ให้แห้งก่อนลงชั้นถัดไป อาจทำให้ผลิตภัณฑ์อื่นไม่ซึมดีหรือเกิดการเป็นขุย (pilling)
ใช้ toner แค่ 1-2 ครั้ง pat เบาๆ ให้ทั่วหน้า รอให้ซึมจริงๆ ประมาณ 30 วินาที-1 นาที แล้วค่อยลงขั้นตอนถัดไป เลือก toner ที่มี active ingredients ที่ต้องการ เช่น niacinamide หรือ BHA สำหรับผิวมัน
THE REAL ROUTINE
Routine ที่เหมาะกับผิวไทยจริงๆ
MORNING
5-7 minutesGentle Cleanse
ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น หรือ gentle cleanser ถ้าผิวมันมาก
Toner
ใช้ hydrating toner หรือ toner ที่มี active ingredients ที่ต้องการ 1 ครั้ง
Serum (Optional)
ใช้ serum หลัก 1 ตัว เช่น vitamin C หรือ niacinamide
Moisturizer
เลือกตามประเภทผิว gel สำหรับผิวมัน lotion สำหรับผิวแห้ง
Sunscreen
ขั้นตอนสำคัญที่สุด SPF 50 PA++++ ทุกวัน
รวม 5 ขั้นตอน ใช้เวลา 5-7 นาที
NIGHT
10-15 minutesDouble Cleanse
Oil cleanser (ถ้าแต่งหน้า) + Gentle foam/gel cleanser
Exfoliant
2-3 คืน/สัปดาห์ BHA หรือ AHA ตามประเภทผิว
Toner
Hydrating toner หรือ pH balancing toner
Treatment Serum
ใช้ serum ที่ repair และ treat เช่น retinol, peptides หรือ niacinamide
Moisturizer
หนักกว่าตอนเช้าหน่อย แต่ก็ยังต้องเบาพอสำหรับอากาศไทย
Eye Cream (Optional)
ถ้ามีปัญหารอบดวงตาเฉพาะ
รวม 5-6 ขั้นตอน ใช้เวลา 10-15 นาที
KEY PRINCIPLES
หลักการสำคัญสำหรับผิวไทย
LIGHTWEIGHT OVER HEAVY
เบาดีกว่าหนัก
เลือก texture ที่เบาและซึมเร็ว ไม่หนักหน้า เหมาะกับอากาศร้อนชื้น
QUALITY OVER QUANTITY
คุณภาพดีกว่าปริมาณ
ใช้น้อยแต่เลือกคุณภาพดี ตอบโจทย์ปัญหาผิวโดยตรง ดีกว่าใช้เยอะแต่ไม่ได้ผล
CONSISTENCY OVER COMPLEXITY
สม่ำเสมอดีกว่าซับซ้อน
Routine ง่ายที่ทำได้สม่ำเสมอทุกวัน ดีกว่า routine ซับซ้อนที่ทำได้แค่สัปดาห์ละครั้ง
LISTEN TO YOUR SKIN
ฟังเสียงผิวของคุณ
ปรับ routine ตามสภาพผิวและสภาพอากาศ ไม่ต้องทำเหมือนกันทุกวัน
LESS IS MORE
น้อยแต่มาก
ผิวมีขีดจำกัดในการรับผลิตภัณฑ์ การใช้น้อยแต่ถูกต้อง ดีกว่าใช้เยอะจนผิวรับไม่ไหว
เมื่อไหร่ควรเพิ่มขั้นตอน
ถึงแม้จะบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำหลายขั้นตอน แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่คุณอาจต้องเพิ่ม
เมื่อผิวแห้งมากผิดปกติ เช่น หลังทำ laser, ช่วงเปลี่ยนฤดู หรือป่วย อาจต้องเพิ่ม hydrating layers
เมื่อมีปัญหาผิวเฉพาะ เช่น สิวอักเสบรุนแรง รอยดำเยอะ อาจต้องใช้ multiple treatments แบบ targeted
ก่อนงานสำคัญ เช่น งานแต่ง ถ่ายรูป อาจทำ intensive treatment 1-2 สัปดาห์ก่อน
แต่นี่ก็เป็นแค่ชั่วคราว ไม่ใช่ทุกวัน
ข้อผิดพลาดที่มักเกิดจากการลอกเลียน Korean Routine
ใช้ผลิตภัณฑ์มากเกินไป ผิวรับไม่ไหว เกิด breakout หรือระคายเคือง
ใช้ products ที่หนักเกินไปในอากาศร้อนชื้น ทำให้อุดตันและเกิดสิว
ซื้อของเยอะแต่ใช้ไม่หมด หรือใช้เวลามากจนไม่สม่ำเสมอ
ลืมขั้นตอนสำคัญที่สุดคือ sunscreen เพราะรีบทำขั้นตอนอื่นๆ
ผิวและสภาพอากาศต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกัน ไม่ควรคาดหวังว่าจะได้ผลเหมือน Korean influencer
ที่ไม่จำเป็น
- Cleansing oil ทุกเช้า
- Essence หลายชั้น
- Sheet mask ทุกวัน
- Multiple serums ซ้อนกัน
- Heavy moisturizer ทุกคน
- Sleeping pack ทุกคืน
- Toner layering 7 layers
ที่สำคัญจริงๆ
- Gentle cleansing
- Targeted treatment (1-2 serums)
- Appropriate moisturizer
- Sunscreen ทุกวัน (สำคัญที่สุด!)
- Consistency
บทความนี้เขียนจากการศึกษาความแตกต่างทางภูมิอากาศและความต้องการของผิวในแต่ละประเทศ เพื่อให้ผู้อ่านมี skincare routine ที่เหมาะสมและใช้ได้จริง
