내용으로 건너뛰기

장바구니

장바구니가 비어있습니다

쇼핑 계속하기

สิวผด vs สิวอุดตัน ต่างกันยังไงในอากาศร้อน

Acne Science

สิวผด VS สิวอุดตัน

ต่างกันยังไงในอากาศชื้น? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผิวไทย

Acne skin care
Atmosphere: 85% Humidity pH Factor: 5.5 Critical

เช้าตื่นมามองกระจกแล้วเจอสิวขึ้นใหม่ คุณเคยสงสัยไหมว่านี่มันคือสิวผดหรือสิวอุดตัน? ทำไมบางครั้งใช้ยาสิวแล้วไม่หาย? ทำไมอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยทำให้สิวแย่ลงเรื่อยๆ?

คำตอบอยู่ที่การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสิวทั้งสองแบบ และวิธีจัดการที่เหมาะสมในบริบทของสภาพอากาศที่เราอาศัยอยู่

01

สิวผด คืออะไรกันแน่?

สิวผดมีชื่อทางการแพทย์ว่า Inflammatory Acne หรือสิวอักเสบ นี่คือสิวที่มีการอักเสบเกิดขึ้นภายในผิว มักจะเห็นเป็นตุ่มแดงโป่ง บวม เจ็บเมื่อแตะ และบางครั้งมีหนองสีเหลืองหรือสีขาวอยู่ตรงกลาง

ลักษณะเด่นของสิวผด

สิวผดมักจะมีขนาดใหญ่กว่าสิวทั่วไป มีสีแดงเข้มหรือแดงม่วง รู้สึกร้อนและเจ็บเมื่อสัมผัส บางครั้งอาจมีขนาดใหญ่มากจนเรียกว่า Cystic Acne หรือสิวอักเสบชนิดรุนแรง

สิ่งที่สำคัญคือสิวผดไม่ได้มีแค่ bacteria ตัวเดียว แต่มีกระบวนการอักเสบที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย

Inflammatory acne

สาเหตุของสิวผด

แบคทีเรีย P.acnes

แบคทีเรียตัวนี้อาศัยอยู่ในรูขุมขนตามธรรมชาติ แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม (มีน้ำมันเยอะ ออกซิเจนน้อย) มันจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดการอักเสบ

ฮอร์โมนที่ผันแปร

ฮอร์โมน androgen โดยเฉพาะ testosterone จะกระตุ้นต่อมน้ำมันให้ทำงานหนักขึ้น ทำให้เกิด sebum มากเกินไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมสิวผดมักขึ้นก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงวัยรุ่น

การอักเสบจากภายใน

อาหารที่มี inflammatory index สูง เช่น น้ำตาลขาว นมวัว ของทอดมันเยอะ จะกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ส่งผลให้สิวผดรุนแรงขึ้น

ความเครียด

cortisol ที่เพิ่มขึ้นจากความเครียดจะส่งผลต่อระบบฮอร์โมนและกระตุ้นการผลิตน้ำมัน พร้อมทั้งลดประสิทธิภาพการซ่อมแซมผิว

อาการที่บอกว่านี่คือสิวผด

ตุ่มแดงโป่ง มีขนาดใหญ่
เจ็บหรือปวดเมื่อสัมผัส
อาจมีหนองสีเหลืองหรือขาว
ใช้เวลานานกว่าจะหาย (1-2 สัปดาห์)
มักทิ้งรอยดำหรือรอยแดงหลังหาย
มักเกิดบริเวณเดิมซ้ำๆ
02

สิวอุดตัน คือสิวประเภทไหน?

Comedonal acne

สิวอุดตันมีชื่อทางการแพทย์ว่า Comedonal Acne แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ Whitehead (สิวหัวขาว) และ Blackhead (สิวหัวดำ)

ลักษณะเด่นของสิวอุดตัน

สิวอุดตันมักมีขนาดเล็ก ไม่มีการอักเสบ ไม่แดง ไม่เจ็บ แต่จะเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ สีขาวหรือมีจุดดำอยู่ตรงกลางรูขุมขน

Whitehead คือสิวที่ปิดอยู่ใต้ผิว ดูเป็นตุ่มสีขาวเล็กๆ ไม่โผล่ออกมา ส่วน Blackhead คือสิวที่เปิดออกสู่ผิวหน้า มีสีดำเพราะ oxidation ของ sebum ที่สัมผัสกับอากาศ

สาเหตุของสิวอุดตัน

การสะสมของเซลล์ผิวตาย

ผิวหนังมีกระบวนการหลุดลอกเซลล์เก่าออกไปตามธรรมชาติ แต่บางครั้งเซลล์เหล่านี้ไม่หลุดออกไปหมด แต่กลับไปอุดรูขุมขนแทน

น้ำมันมากเกินไป

เมื่อต่อมน้ำมันผลิต sebum มากเกินไป จะผสมกับเซลล์ผิวตายและเกิดเป็นก้อนอุดตันในรูขุมขน

ผลิตภัณฑ์ที่หนักเกินไป

ครีมหรือเมคอัพที่มี comedogenic index สูง จะไปอุดรูขุมขนง่าย โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้น

การทำความสะอาดไม่ทั่วถึง

เมคอัพค้างหรือทำความสะอาดไม่สะอาด ทำให้สิ่งสกปรกสะสมอยู่ในรูขุมขน

อาการที่บอกว่านี่คือสิวอุดตัน

ตุ่มเล็กๆ ไม่แดง ไม่บวม
ไม่เจ็บเมื่อแตะ
มีจุดดำหรือจุดขาวตรงกลาง
มักกระจายเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะ T-zone
หายได้เร็ว (3-7 วัน) ถ้าดูแลถูกวิธี
ไม่ค่อยทิ้งรอยดำ
03

อากาศชื้นส่งผลต่อสิวทั้งสองแบบอย่างไร?

นี่คือประเด็นสำคัญที่หลายคนมองข้าม สภาพอากาศของเมืองไทยที่ร้อนชื้นตลอดปีส่งผลต่อสิวทั้งสองประเภทแต่ต่างกันออกไป

อากาศชื้นกับสิวผด

ความชื้นสูงทำให้ร่างกายต้องขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน เหงื่อที่ออกมานี้ผสมกับ sebum และแบคทีเรียบนผิว กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับ P.acnes ในการเพิ่มจำนวน

การศึกษาพบว่าในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงกว่า 70% อัตราการเกิดสิวผดเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับสภาพอากาศปกติ

นอกจากนี้ ความร้อนยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้การอักเสบดูรุนแรงขึ้น สิวผดจึงมักดูแดงและบวมมากขึ้นในฤดูร้อน

Humid weather and acne
Comedonal acne and humidity

อากาศชื้นกับสิวอุดตัน

ความชื้นสูงทำให้ผิวมีความชื้นมากขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีควรจะเป็นเรื่องดี แต่กลับกลายเป็นว่า ความชื้นภายนอกที่มากเกินไปจะส่งสัญญาณให้ต่อมน้ำมันผลิต sebum มากขึ้นเพื่อ "ปกป้อง" ผิว

ผลคือมีน้ำมันสะสมมากขึ้น ผสมกับเซลล์ผิวตายที่หลุดลอกเร็วขึ้นในอากาศร้อน ทำให้มีโอกาสเกิดสิวอุดตันมากขึ้น

การศึกษาในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า blackhead เพิ่มขึ้น 60% ในฤดูฝนเมื่อเทียบกับฤดูแล้ง

ปัจจัยเสริมในอากาศไทย

air

มลภาวะในอากาศ

PM2.5 และฝุ่นละอองจะเกาะบนผิวง่ายขึ้นเมื่อผิวมีความชื้น ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย

ac_unit

การใช้แอร์

การเปลี่ยนจากที่ร้อนมาอยู่ในที่แอร์เย็นจัด ทำให้ผิวสับสน ผลิตน้ำมันมากขึ้นหรือแห้งเกินไป

dry_cleaning

การซับหน้า

หลายคนซับกระดาษมันหน้าบ่อยเกินไป ทำให้ผิวแห้งและกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น

04

วิธีดูแลสิวผดในอากาศชื้น

1

ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน

ใช้ cleanser ที่ pH balanced (4.5-5.5) ไม่ควรใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่ harsh เกินไป แม้ว่าจะรู้สึกว่าหน้าสะอาดมาก แต่การทำลาย skin barrier จะทำให้การอักเสบแย่ลง

2

ใช้ ingredients ที่ลดการอักเสบ

Niacinamide 4-5% ช่วยลดการอักเสบและควบคุมน้ำมัน
Centella Asiatica ช่วยสงบผิวและซ่อมแซม
Tea Tree Oil 2-5% มีคุณสมบัติ antibacterial
Azelaic Acid 10% ลดการอักเสบและป้องกันรอยดำ
3

หลีกเลี่ยงการคีบหรือบีบ

สิวผดมีการอักเสบลึกภายในผิว การบีบจะทำให้แบคทีเรียกระจายไปยังบริเวณข้างเคียง และทำให้เกิดรอยแผลเป็นหรือรอยดำ

4

ใช้ oil-free moisturizer

แม้ผิวจะมัน แต่ก็ต้องการความชื้น เลือก moisturizer ที่เป็น gel หรือ water-based ที่ไม่อุดตัน

5

ป้องกันแดดอย่างเคร่งครัด

UV กระตุ้นการอักเสบและทำให้รอยดำเข้มขึ้น ใช้ sunscreen ที่เป็น oil-free กับ PA++++

6

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำช่วยขับสารพิษและลดการอักเสบจากภายใน ควรดื่มอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน

7

ปรับอาหาร

ลด high glycemic index foods เช่น ข้าวขาว ขนมหวาน เพิ่ม anti-inflammatory foods เช่น ปลาแซลมอน ผักใบเขียว ถั่ว

05

วิธีดูแลสิวอุดตันในอากาศชื้น

1

Double Cleansing

ใช้ oil cleanser หรือ micellar water ก่อนล้างหน้าด้วย foam cleanser จะช่วยทำความสะอาดได้ทั่วถึง โดยเฉพาะสำหรับคนที่แต่งหน้าหรือใช้ sunscreen

2

Exfoliate สม่ำเสมอ

BHA (Salicylic Acid) 0.5-2% ทำงานได้ดีกับสิวอุดตันเพราะละลายในน้ำมันได้ จึงเข้าไปทำความสะอาดภายในรูขุมขน

AHA (Glycolic Acid/Lactic Acid) 5-10% ช่วยผลัดเซลล์ผิวบนผิวหน้า

ใช้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ควรใช้ทุกวัน

3

ใช้ Clay Mask

มาส์กดินขาวหรือดินภูเขาไฟ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินและทำความสะอาดรูขุมขน

4

ใช้ Retinoids

Retinol หรือ Adapalene ช่วยเพิ่มอัตราการหลุดลอกของเซลล์ผิว ป้องกันการอุดตัน แต่ต้องใช้ตอนกลางคืนและเริ่มจากความเข้มข้นต่ำ

5

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ comedogenic

เช็คว่าครีมหรือเมคอัพที่ใช้มี comedogenic rating ต่ำกว่า 2 โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ค้างบนหน้านาน

6

ล้างหมอนปลอกบ่อย

หมอนปลอกเป็นแหล่งสะสมของ sebum และแบคทีเรีย ควรเปลี่ยนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

7

ไม่ควรซับหน้าบ่อยเกินไป

ถ้าหน้ามันจริงๆ ให้ใช้กระดาษซับมันแบบเบาๆ แค่กดซับ ไม่ถู โดยควรซับไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อวัน

06

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

บางครั้งการดูแลเองอาจไม่เพียงพอ คุณควรพบแพทย์ผิวหนังเมื่อ

สำหรับสิวผด

มีสิวอักเสบรุนแรงขนาดใหญ่มากกว่า 5 ตำแหน่ง
สิวทิ้งรอยแผลเป็นหรือหลุมสิว
ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลมา 6-8 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น
มีอาการคล้ายกับปัญหาฮอร์โมน เช่น ขนขึ้นผิดปกติ รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ

สำหรับสิวอุดตัน

มีสิวอุดตันจำนวนมาก แพร่กระจายทั่วใบหน้า
พยายามดูแลมานานแล้วแต่ไม่หายหรือเกิดซ้ำบ่อย
เริ่มมีการอักเสบเป็นสิวผดบ่อยขึ้น
มีการเปลี่ยนแปลงของผิวที่ผิดปกติ

แพทย์อาจพิจารณาให้ยารักษาที่เข้มข้นกว่า เช่น

ยาทาที่มี Retinoid ความเข้มข้นสูง
ยาปฏิชีวนะทาหรือกินสำหรับสิวผด
ยาคุมกำเนิดเพื่อปรับฮอร์โมน (สำหรับผู้หญิง)
Isotretinoin สำหรับสิวรุนแรง
07

ความเข้าใจผิดที่ควรหลีกเลี่ยง

1

คิดว่าสิวทุกตัวเหมือนกัน

การรักษาสิวผดกับสิวอุดตันต่างกัน ถ้าใช้วิธีผิด อาจทำให้แย่ลง

2

คิดว่าผิวมันไม่ต้องบำรุง

ผิวมันก็ต้องการความชื้น การไม่ใส่ moisturizer จะทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น

3

ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวหลายตัวพร้อมกัน

การใช้หลาย active ingredients พร้อมกัน โดยเฉพาะ exfoliants อาจทำให้ผิวระคายเคืองและอ่อนแอ

4

คาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินไป

การดูแลสิวต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลชัดเจน

5

หยุดดูแลเมื่อสิวหาย

การรักษาสิวต้องทำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะหายแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

08

สรุป เข้าใจแล้วจัดการได้

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าสิวผดกับสิวอุดตันต่างกันอย่างไร และอากาศชื้นของเมืองไทยส่งผลกระทบต่อสิวทั้งสองแบบอย่างไร

หลักสำคัญที่ต้องจำ

สิวผดต้องการการลดการอักเสบและควบคุมแบคทีเรีย

สิวอุดตันต้องการการทำความสะอาดลึกและ exfoliation

ทั้งสองแบบต้องการความชื้นที่เหมาะสมและการปกป้องผิว

อากาศชื้นทำให้ต้องปรับวิธีดูแลให้เหมาะสม

การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์และวิธีดูแลที่ถูกต้อง ไม่เสียเวลาและเงินไปกับสิ่งที่ไม่ได้ผล

จำไว้ว่าผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่ได้ผลกับคนอื่นอาจไม่ได้ผลกับคุณ การทดลองและสังเกตผิวของตัวเองคือกุญแจสำคัญ

และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมว่าการมีสิวเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าคุณดูแลผิวไม่ดีพอ บางครั้งมันเป็นเรื่องของพันธุกรรม ฮอร์โมน และสภาพแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ทั้งหมด

ดูแลผิวด้วยความอดทนและความเข้าใจ ผลลัพธ์ที่ดีจะตามมาอย่างแน่นอน

"The skin is not a wall. It is a permeable canvas."

บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาทาง dermatology และประสบการณ์จริงในการทำงานกับผิวไทยในสภาพอากาศเขตร้อนชื้น เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์

공유
Copy completed.