Fix / Lock / Seal ต่างกันยังไง? คำตอบที่คุณหาอยู่ทั้งหมด
เคยยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เมคอัพแล้วงงใช่ไหมว่า Setting Spray แบบไหนควรเลือก? Fix กับ Lock ต่างกันตรงไหน? Seal คืออะไร? ทำไมราคาต่างกันเยอะขนาดนี้?
วันนี้เราจะมาตอบคำถามเหล่านี้แบบละเอียดยิบ เพื่อให้คุณเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจและเหมาะกับตัวเองที่สุด
เริ่มต้นที่ต้นกำเนิด ทำไมถึงต้องมี Setting Spray?
ก่อนจะไปถึงความแตกต่างของแต่ละประเภท เรามาเข้าใจก่อนว่าทำไม setting spray ถึงเกิดขึ้นมา
สมัยก่อนคนแต่งหน้าแล้วปล่อยไว้แบบนั้น แต่พอเทคโนโลยีเมคอัพพัฒนาขึ้น ผลิตภัณฑ์ก็ทนทานขึ้นด้วย จนกระทั่งวงการเมคอัพอัพโปรเฟสชั่นแนลเริ่มมีความต้องการที่จะให้ผลงานอยู่ได้นานขึ้น ไม่ว่าจะเหงื่อออก แสงไฟร้อน หรือต้องอยู่ได้ทั้งวัน
Setting spray จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อ "ล็อค" เมคอัพเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แบรนด์ต่างๆ เริ่มพัฒนาสูตรที่มีฟังก์ชันต่างกันออกไป จนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ที่เราเห็นกันทุกวันนี้
Fix คืออะไร? ทำงานยังไง?
Fix หรือ Fixing Spray คือสเปรย์ที่ทำหน้าที่ "ตรึง" เมคอัพเอาไว้กับที่ โดยไม่เปลี่ยนลุคหรือ finish ของเมคอัพที่คุณแต่งไว้
วิธีการทำงานของ Fix
Fix ทำงานด้วยการสร้างชั้นบางๆ ระหว่างชั้นเมคอัพแต่ละขั้นตอน คิดง่ายๆ คือมันเหมือนตัวเชื่อมที่ทำให้ foundation กับ powder หรือ eyeshadow แต่ละสี "จับ" กันได้ดีขึ้น
ส่วนผสมหลักใน Fixing Spray มักจะเป็นน้ำกับ humectants เบาๆ เช่น glycerin หรือ aloe vera ที่ช่วยให้เมคอัพซึมเข้ากันดีขึ้น แต่ไม่ได้มีสารที่จะสร้างฟิล์มหนาหรือเปลี่ยนแปลงผิวสัมผัษ
เมื่อไหร่ควรใช้ Fix
-
ใช้ระหว่างขั้นตอนแต่งหน้า เช่น พ่น Fix หลัง foundation ก่อนลงคอนซีลเลอร์
-
ใช้หลัง eyeshadow primer เพื่อให้สีติดทนนานขึ้น
-
ใช้เพื่อทำให้เมคอัพดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องการความเงาหรือ matte ที่มากเกินไป
-
เหมาะกับคนที่ชอบ natural finish หรือ satin finish
ข้อดีของ Fix
-
ไม่เปลี่ยนลุคเดิมของเมคอัพ
-
เบาสบาย ไม่รู้สึกหนักหน้า
-
ใช้ได้บ่อยตลอดวันโดยไม่เกรงว่าจะหนักหน้า
-
ราคาไม่แพงเกินไป
ข้อจำกัด
-
ไม่ได้ทนทานมากที่สุด โดยเฉพาะกับคนผิวมันมาก
-
ไม่มี oil control สำหรับคนหน้ามัน
-
อาจไม่เพียงพอสำหรับอีเว้นท์ที่ต้องอยู่นานหลายชั่วโมง
Lock คืออะไร? แตกต่างจาก Fix ตรงไหน?
Lock หรือ Locking Spray คือสเปรย์ที่ทำหน้าที่ "ล็อค" เมคอัพให้อยู่นานขึ้นอย่างแท้จริง มีพลังในการยึดเมคอัพมากกว่า Fix
วิธีการทำงานของ Lock
Lock สร้าง semi-permeable barrier หรือชั้นกึ่งกันน้ำบนใบหน้า ทำให้เมคอัพไม่หลุดง่ายเมื่อเจอเหงื่อหรือน้ำมันที่หลั่งออกมาจากผิว
ส่วนผสมจะมี polymers และ film-forming agents เช่น VP/VA Copolymer หรือ Acrylates Copolymer ที่จะสร้างเป็นเน็ตเวิร์คบางๆ คลุมเมคอัพเอาไว้
บางสูตรยังมีส่วนผสมควบคุมความมัน เช่น silica หรือ nylon powder ที่ช่วย absorb sebum ได้ด้วย
เมื่อไหร่ควรใช้ Lock
-
ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังแต่งหน้าเสร็จแล้ว
-
เหมาะกับวันที่ต้องอยู่นอกบ้านนาน 8-12 ชั่วโมง
-
เหมาะกับคนผิวมันหรือผิวผสม
-
ใช้ในงานอีเว้นท์พิเศษ งานแต่งงาน หรือถ่ายรูป
-
เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย
ข้อดีของ Lock
-
ทนทานมาก เมคอัพอยู่ได้นาน 8-16 ชั่วโมง
-
ป้องกันเหงื่อและน้ำมันได้ดี
-
เหมาะกับอากาศไทย
-
ช่วยควบคุมความมันได้ระดับหนึ่ง
ข้อจำกัด
-
อาจทำให้เมคอัพดู matte หรือ flat เกินไปถ้าใช้มากเกินไป
-
บางสูตรอาจทำให้ผิวแห้งถ้าใช้บ่อยเกินไป
-
ถอดเมคอัพต้องใช้คลีนเซอร์ที่ดีกว่า
-
ราคาแพงกว่า Fix ค่อนข้างเยอะ
Seal คืออะไร? ทำไมถึงพิเศษที่สุด?
Seal หรือ Sealing Spray คือระดับสูงสุดของการล็อคเมคอัพ มันไม่ได้แค่ "ล็อค" แต่มันคือการ "ซีล" เหมือนปิดผนึกเมคอัพเอาไว้จริงๆ
วิธีการทำงานของ Seal
Seal สร้าง waterproof barrier ที่แข็งแกร่งกว่า Lock หลายเท่า มันจะสร้างฟิล์มบางที่กันน้ำและกันเหงื่อได้เกือบทั้งหมด
ส่วนผสมมักจะมี alcohol base ที่ระเหยเร็วและทิ้งฟิล์มไว้ รวมถึง polymers ระดับ heavy-duty ที่ใช้ในเมคอัพโปรเฟสชั่นแนลหรือในวงการภาพยนตร์
เมื่อไหร่ควรใช้ Seal
-
งานแต่งงาน โดยเฉพาะเจ้าสาวที่ต้องอยู่ทั้งวัน
-
การแสดงหรือคอนเสิร์ตที่มีแสงไฟร้อนและขยับมาก
-
กีฬาหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่เหงื่อออกเยอะ
-
ถ่ายแบบริมสระน้ำหรือชายหาด
-
งานที่ต้องการความทนทานสูงสุด
ข้อดีของ Seal
-
ทนทานที่สุด อยู่ได้ 16-24 ชั่วโมง
-
กันน้ำและกันเหงื่อได้เกือบทั้งหมด
-
ใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ แม้ฝนตก
-
เหมาะกับคนผิวมันมากๆ
-
เมคอัพเกือบไม่หลุดเลย
ข้อจำกัด
-
ถอดเมคอัพยากกว่า ต้องใช้ oil-based cleanser
-
อาจทำให้ผิวแห้งมากถ้าใช้บ่อย
-
บางคนอาจแพ้เพราะมี alcohol สูง
-
ราคาแพงที่สุดในสามประเภท
-
ไม่เหมาะสำหรับการใช้ประจำวัน
เปรียบเทียบแบบชัดเจน เลือกอย่างไรให้ถูก?
ระดับความทนทาน Fix (4-6 ชม.) < Lock (8-16 ชม.) < Seal (16-24 ชม.)
ระดับความเป็นธรรมชาติ Fix (มากที่สุด) > Lock (ปานกลาง) > Seal (น้อยที่สุด)
ความเหมาะสมกับการใช้ประจำวัน Fix (ใช้ได้ทุกวัน) > Lock (ใช้บ่อยได้) > Seal (ใช้เฉพาะงานพิเศษ)
ช่วงราคา (โดยประมาณ) Fix (300-800 บาท) < Lock (600-1500 บาท) < Seal (1000-2500 บาท)
เทคนิคการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับ Fix
-
พ่นห่างหน้าประมาณ 20-30 ซม.
-
พ่น 2-3 ครั้ง เป็นรูป X และ T
-
ใช้ได้ตลอดวันเมื่อต้องการ refresh
-
ไม่ต้องรอให้แห้งสนิทก็แตะหน้าได้
สำหรับ Lock
-
พ่นห่างหน้าประมาณ 15-20 ซม.
-
พ่น 3-4 ครั้ง ให้ทั่วใบหน้า
-
รอให้แห้งสนิทประมาณ 1-2 นาที
-
อย่าแตะหน้าจนกว่าจะแห้งสนิท
สำหรับ Seal
-
พ่นห่างหน้าประมาณ 15 ซม.
-
พ่น 4-5 ครั้ง เป็นชั้นบางๆ หลายชั้น
-
รอให้แห้งสนิทอย่างน้อย 2-3 นาที
-
ห้ามแตะหน้าเด็ดขาด จนกว่าจะแห้งสนิทจริงๆ
ความผิดพลาดที่มักเกิดขึ้น
1. ใช้ผิดประเภทกับโอกาส หลายคนใช้ Fix ไปงานแต่งงานแล้วบ่นว่าเมคอัพหลุด หรือใช้ Seal ทุกวันจนผิวแห้ง นี่คือความผิดพลาดใหญ่ที่สุด
2. พ่นใกล้เกินไป การพ่นใกล้จะทำให้สเปรย์เป็นหยดน้ำบนหน้า ไม่กระจายเป็นฝอยละเอียด ทำให้เมคอัพเปื้อนและไม่สวย
3. พ่นไม่เพียงพอ หลายคนกลัวใช้มากเกินไป จึงพ่นแค่ 1-2 ครั้ง ซึ่งไม่เพียงพอที่จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
4. ไม่รอให้แห้ง โดยเฉพาะ Lock และ Seal ถ้าไม่รอให้แห้ง การแตะหน้าจะทำให้เมคอัพเลอะและสเปรย์ทำงานได้ไม่เต็มที่
5. ไม่เลือกตามสภาพผิว ผิวแห้งไปใช้ Seal ทุกวัน หรือผิวมันไปใช้ Fix ในงานกลางแจ้ง ก็จะได้ผลไม่ดี
คำตอบสุดท้าย เลือกอย่างไรดี?
ถ้าคุณเป็นคนแต่งหน้าไปทำงานทั่วไป อยู่ในออฟฟิศแอร์ → Fix ก็เพียงพอแล้ว ประหยัดและใช้ได้ทุกวัน
ถ้าคุณผิวมัน อยู่กลางแจ้งบ่อย หรือใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ → Lock เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
ถ้าคุณมีงานพิเศษ แต่งงาน หรือต้องการความทนทานสูงสุด → Seal คือสิ่งที่คุณต้องการ
Pro Tip สุดท้าย คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หลายคนมีทั้ง Fix สำหรับใช้ประจำวันและ Lock หรือ Seal ไว้สำรองสำหรับงานพิเศษ การมีหลายตัวเลือกจะทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าแต่ละประเภทคืออะไร ต่างกันยังไง และควรเลือกอะไร ลองไปหาของที่ใช่สำหรับตัวเองดูนะคะ เพราะ setting spray ที่เหมาะสมจะเปลี่ยนเกมเมคอัพของคุณได้จริงๆ!
บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์จริงในการใช้งาน เพื่อให้คุณมีความรู้ที่ถูกต้องในการเลือกซื้อ
อ่านเพิ่มเติม

อากาศร้อนเป็นศัตรูของเมคอัพยังไง? ความจริงที่ต้องรู้สำหรับคนอยู่เมืองไทย แต่งหน้าสวยออกจากบ้านตอนเช้า แต่พอเที่ยงรองพื้นเริ่มหลุด คอนซีลเลอร์เป็นคราบ แป้งลอย ลิปสติกซึมเข้าริ้วรอย ถ้าคุณอยู่ใ...

Ceramide ไม่ใช่เทรนด์ชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นส่วนผสมพื้นฐานที่ผิวของเราต้องการจริงๆ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ท้าทายอย่างเมืองไทย

